สรุปโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ (เริ่ม 1 ม.ค. 2569) รวบรวมข้อมูลรายละเอียดทุกประเภทรถและเงื่อนไข หลักเกณฑ์ที่กำหนด ข้อมูลจากกรมสรรพสามิต และสำนักงานเศษฐกิจอุสาหกรรม
1. แนวทางการปรับโครงสร้าง
การคำนวณภาษีใหม่จะไม่ใช่แค่ขนาดเครื่องยนต์เหมือนเดิม แต่พิจารณาจาก:
1.1 ประเภทรถยนต์/ จักรยานยนต์ตามแพลตฟอร์ม และเทคโนโลยี (ICE, HEV, PHEV, BEV)
1.2 อัตราการปล่อย CO2 (g/km)
1.3 มาตรฐานความปลอดภัย (UN R94, UN R95, UN R13h)
1.4 การใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศ (Local Content)
1.5 การติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS)
🟠 2. รถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาป (ICE)
หลักเกณฑ์ คือ
(ต้องผ่านเกณฑ์ R13h+ABS/ESC และมี ADAS 2 ใน 6 ระบบ)
แบ่งอัตราภาษีตามปริมาณ CO2 และช่วงปี ดังนี้:
2.1 ปล่อย CO2 ≤ 100 g/km:
ปี 2569-70 = 13%
ปี 2571-72 = 14%
ปี 2573 = 15%
2.2 ปล่อย CO2 101-120 g/km:
– ปี 2569-70 = 22%
– ปี 2571-72 = 24%
– ปี 2573 = 26%
2.3 ปล่อย CO2 121-150 g/km:
– ปี 2569-70 = 25%
– ปี 2571-72 = 27%
– ปี 2573 = 29%
2.4 ปล่อย CO2 151-200 g/km:
– ปี 2569-70 = 29%
– ปี 2571-72 = 31%
– ปี 2573 = 33%
2.5 ปล่อย CO2 > 200 g/km:
– ปี 2569-70 = 34%
– ปี 2571-72 = 36%
– ปี 2573 = 38%
2.6 กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์:
ปล่อยCO2 ≤ 150
– ปี 2569-70 = 25%
– ปี 2571-72 = 35%
ปล่อยCO2 > 150
– ปี 2569-70 = 30%
– ปี 2571-72 = 40%
2.7 กรณีเครื่องยนต์ > 3,000 CC: อัตราคงที่ 50%
🟢3. รถยนต์ไฮบริด (HEV)
หลักเกณฑ์ คือ
1. ต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศ
2. มีการผลิตหรือประกอบ แบตเตอรี่ในประเทศ
3. มี ADAS 2 ใน 6 อย่างตามที่ สรรพสามิตกำหนด
3.1 ปล่อย CO2 < 100 g/km:
– ปี 2569-70 = 6%
– ปี 2571-72= 8%
– ปี 2573 = 10%
3.2 ปล่อย CO2 101-120 g/km:
-ปี 2569-70 = 9%
-ปี 2571-72 = 11%
-ปี 2573 = 13%
3.3 ปล่อย CO2 121-150 g/km:
– ปี 2569-70 = 14%
– ปี 2571-72 = 16%
– ปี 2573 = 18%
3.4 ปล่อย CO2 151-200 g/km:
– ปี 2569-70 = 19%
– ปี 2571-72 = 21%
– ปี 2573 = 23%
3.5 ปล่อย CO2 > 200 g/km:
– ปี 2569-70 = 24%
– ปี 2571-72 = 26%
– ปี 2573 = 28%
3.6 กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์: เช่น นำเข้า
ปล่อยCO2 ≤ 150
– ปี 2569-72 = 15%
– ปี 2573 = 20%
ปล่อย CO2 > 150
– ปี 2569-72 = 25%
– ปี 2573 = 30%
3.7 เครื่องยนต์ > 3,000 CC = 40%
🟩 หากเข้าร่วมโครงการ HEV ของ BOI และลงทุนเพิ่มเติม เป็นไปตามเงื่อนไข ได้รับอัตราต่อเนื่อง
ตั้งแต่ 2569-2575 : เรทเดียว คือ
– ปล่อย CO2 < 100g/km: 6%
– ปล่อย CO2 101-120g/km: 9%
เงื่อนไขการลงทุนและการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (ปี 2567–2570)
1. ต้องมีเงินลงทุนรวม ไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท
2. การใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ
• ต้องใช้ แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศอย่างน้อยระดับ Pack Assembly
• ต้องใช้ ชิ้นส่วนสำคัญ (High-value e-Parts)* เช่น มอเตอร์ขับเคลื่อน และ ชิ้นส่วนลูกปืนขนาดกลาง เช่น BMS ตามเกณฑ์ที่กำหนด
3. โรงงานและกำลังการผลิต
• ต้องมีโรงงานที่มีบทบาทสำคัญต่อการผลิตและสามารถรักษากำลังการผลิตของเครื่องจักรได้
• ต้องมีโรงงานประกอบเครื่องยนต์สันดาปหรือชิ้นส่วนสำคัญในประเทศ อย่างน้อย 4 ใน 5 (4C)** รายการ หรือมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศไม่น้อยกว่า 40 % ตามวิธีคำนวณของกรมศุลกากร และเงื่อนไขของกระทรวงอุตสาหกรรม
• ต้องมีการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) หรือ มีสัดส่วนของพนักงานไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.75 ของพนักงานทั้งหมดในสำนักงาน (อ้างอิง EV Board วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568)
4. ด้านความปลอดภัยของยานยนต์ต้องติดตั้งระบบ ADAS ไม่น้อยกว่า 4 จาก 6 ระบบ ตามรายการที่กำหนด
หมายเหตุ *
ชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูง ได้แก่ มอเตอร์, ตัวแปลงกระแสไฟฟ้า, และ เกียร์ทดรอบชิ้นส่วนที่มีมูลค่าปานกลาง ได้แก่
(1) BMS
(2) DCU
(3) คอมเพรสเซอร์ระบบปรับอากาศสำหรับ BEV
(4) DC/DC Converter
(5) Electrical Circuit Breaker
(6) High Voltage Harness Battery
(7) Cooling System
(8) Regenerative Braking System
หมายเหตุ **
(1) Cylinder Head
(2) Cylinder Block
(3) Crankshaft
(4) Camshaft
(5) Connecting Rod
🟣4. รถยนต์นั่งปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)
หลักเกณฑ์ คือ
1. ต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศ
2. มีการผลิตหรือประกอบ แบตเตอรี่ในประเทศ
3. มี ADAS 2 ใน 6 (อย่างตามที่ สรรพสามิตกำหนด)
4.1 วิ่งไฟฟ้า (E Range)
≥ 80 กม = 5%
< 80 กม = 10%
4.2 ไม่เข้าเงื่อนไข หรืออื่นๆ เช่น นำเข้า
– ปี 2569-72 = 15%
– ปี 2573 = 20%
4.3 เครื่องยนต์ > 3,000 CC = 30%
(หมายเหตุ: ยกเลิกเงื่อนไขจำกัดถังน้ำมัน 45 ลิตรแล้ว)
🔵 5. รถยนต์ไฟฟ้า (BEV)
หลักเกณฑ์ คือ
1. ต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศ
2. ต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิต/ประกอบในประเทศ และใช้ชิ้นส่วนสำคัญ
3. ต้องมี ADAS 3 ใน 6
3.1 เข้าเกณฑ์เงื่อนไข หลักเกณฑ์ ด้านบน อัตราภาษี: 2%
3.2 กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์ หรืออื่นๆ เช่น นำเข้า อัตราภาษี 10%
🟤 6. รถกระบะ (Pickup)
ใช้ตั้งแต่ 2569-2578
หลักเกณฑ์
1. ต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศ
2. กำหนดขนาดตัวรถและน้ำหนักบรรทุก
3. ADAS 1 ใน 6
4. ต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิต/ประกอบในประเทศ ในปี 2569–2577และต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศ ในปี 2578 เป็นต้นไป
(เริ่มบังคับใช้ ADAS ปี 2571 และต้องมีแบตไทยสำหรับรุ่นไฟฟ้า)
6.1 กระบะ No Cab (≤ 3,250 cc):
– ปล่อย CO2 ≤ 185 g/km:
3% (เบนซิน/ดีเซล) | 2% (B20)
– ปล่อย CO2 186-200 g/km:
4% (เบนซิน/ดีเซล) | 3% (B20)
– ปล่อย CO2 > 200 g/km:
5% (เบนซิน/ดีเซล) | 4% (B20)
– เครื่องยนต์ > 3,250 cc: 50%
6.2 กระบะ Space Cab
(≤ 3,250 cc):
– ปล่อย CO2 ≤ 185 g/km:
4% (เบนซิน/ดีเซล) | 3% (B20)
– ปล่อย CO2 186-200 g/km:
6% (เบนซิน/ดีเซล) | 5% (B20)
– ปล่อย CO2 > 200 g/km:
8% (เบนซิน/ดีเซล) | 7% (B20)
– เครื่องยนต์ > 3,250 cc: 50%
6.3 กระบะ Double Cab
(≤ 3,250 cc):
– ปล่อย CO2 ≤ 185 g/km:
8% (เบนซิน/ดีเซล) | 6% (B20)
– ปล่อย CO2 186-200 g/km:
10% (เบนซิน/ดีเซล) | 9% (B20)
– ปล่อย CO2 > 200 g/km:
13 % (เบนซิน/ดีเซล) | 12% (B20)
– เครื่องยนต์ > 3,250 cc: 50%
6.4 กระบะ Double Cab PHEV
+ หลักเกณฑ์ = 5%
6.5 กระบะ BEV + หลักเกณฑ์ = 2%
กระบะ BEV นอกเหนือหลักฯ = 10%
⚫️ 7. รถยนต์นั่งอเนกประสงค์พื้นฐานกระบะ (PPV)
หลักเกณฑ์
1. ต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศ
2. มี ADAS 2 ใน 6
3. ตัวถังวางบนแชสซีส์รถกระบะ
7.1 PPV เครื่องยนต์ ≤ 3,250 cc:
– ปล่อย CO2 ≤ 185:
18% (เบนซิน/ดีเซล) | 16% (B20)
– ปล่อย CO2 186-200:
20% (เบนซิน/ดีเซล) | 18% (B20)
– ปล่อย CO2 > 200: g/km:
25% (เบนซิน/ดีเซล) | 23% (B20)
7.2 PPV (PHEV) + หลักเกณฑ์ = 10%
7.3 เครื่องยนต์ > 3,250 cc: 50%
🟩 8. รถยนต์ MHEV ไฮบริดแบบไมลด์เป็นระบบไฮบริดที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กทำหน้าที่ ช่วยเสริมแรงเครื่องยนต์แต่ ไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้
8.1 หากเป็นไปตามเงื่อนไข ได้รับอัตราต่อเนื่อง ตั้งแต่ 2569-2575 :
– ปล่อย CO2 < 100g/km: 10%
– ปล่อย CO2 101-120g/km: 12%
เงื่อนไขคือ
1) เงินลงทุนช่วงปี / เงินลงทุนขั้นต่ำ
– ปี 2567–2570
ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท
– ปี 2567–2571
ไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท
2) การใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ
– ผู้ผลิตต้องดำเนินการครบทุกเงื่อนไขดังนี้
– ต้องใช้ ชิ้นส่วนการผลิตเครื่องยนต์ในประเทศ อย่างน้อย 4 ใน 5 รายการ
– ต้องใช้ แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศ ไม่น้อยกว่าระดับ Pack Assembly
– ต้องใช้ ชิ้นส่วนสำคัญ ได้แก่
• มอเตอร์ขับเคลื่อน (Traction Motor)
• หรือ ชิ้นส่วนที่ทำหน้าที่เสริมแรงขับเคลื่อน
ซึ่งต้องเป็นการผลิตจากผู้ผลิตในประเทศไทย
3) ด้านความปลอดภัย
• ต้องติดตั้งระบบ ADAS ไม่น้อยกว่า 4 จาก 6 ระบบ ที่กำหนดโดยกรมสรรพสามิต
หมายเหตุ : ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ 5 รายการ
1. Cylinder Head
2. Cylinder Block
3. Crankshaft
4. Camshaft
5. Connecting Rod
หลักไม่เป็นไปตามเกณฑ์เงื่อนไข
ต้องจ่าย ตามการปล่อย CO2 ดังนี้
8.2 ปล่อย CO2 < 100 g/km:
– ปี 2569-70 = 13%
– ปี 2571-72= 14%
– ปี 2573 = 15%
8.3 ปล่อย CO2 101-120 g/km:
ปี 2569-70 = 22%
ปี 2571-72 = 24%
ปี 2573 = 26%
🟡 9. รถจักรยานยนต์(Motorcycle)
หลักเกณฑ์ UN75 หรือ สมอ.
9.1 จักรยานยนต์สันดาป (ICE):
– ปล่อย CO2 ≤ 50 g/km:
ปี 69-72 (3%) | ปี 73 (5%)
– ปล่อย CO2 51-90 g/km:
ปี 69-72 (6%) | ปี 73 (10%)
– ปล่อย CO2 91-130 g/km:
ปี 69-72 (10%) | ปี 73 (15%)
– ปล่อย CO2 >130 g/km:
ปี 69-72 (20%) | ปี 73 (25%)
– นอกเหนือจากข้างต้น ไม่เข้าเกณฑ์
ปี 69-72 (25%) | ปี 73 (30%)
9.2 จักรยานยนต์ไฟฟ้า (BEV):
แรงดันไฟฟ้า ≥ 48V = 1%
แรงดันไฟฟ้า < 48V = 0%
🛡️ 10. ระบบ ADAS 6 ระบบที่กำหนด
AEB: เบรกฉุกเฉินขั้นสูง
FCW: เตือนการชนด้านหน้า
LKAS: ดูแลภายในช่องจราจร
LDW: เตือนเมื่อออกนอกเลน
BSD: ตรวจจับจุดอับสายตา
ACC: ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ










