MICHELIN Primacy 4 ยางรุ่นล่าสุดในตระกูล ไพรมาซี่

มิชลิน เปิดตัว MICHELIN Primacy 4 ยางรุ่นล่าสุดในตระกูล ไพรมาซี่ ที่ออกแบบขึ้นภายใต้แนวคิด ที่ต้องการเน้นคุณสมบัติเด่นในสมรรถนะที่เป็นเยี่ยมทั้งตอนที่ยางยังมีสภาพใหม่และใกล้หมดดอกและความนุ่มเงียบ

นาย เอกชัย คหการบำรุง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ B2C เปิดเผยว่า สมรรถนะของยางรถยนต์ในการเบรกและการเกาะถนน โดยเฉพาะบนถนนเปียก มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัย ทุกวันนี้ผู้บริโภคชาวไทยเลือกใช้ยางรถยนต์โดยพิจารณาจากคุณสมบัติของยางใหม่แต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่สามารถรู้ถึงสมรรถนะของยางหลังจากใช้งานไปแล้วว่าจะเป็นอย่างไร“แต่มิชลินก้าวไปอีกขั้นด้วยการมุ่งมั่นพิสูจน์ให้เห็นว่ายางของเราให้ความปลอดภัยยาวนานแม้จะผ่านการใช้งานจนใกล้หมดดอกก็ตาม” นายเอกชัยกล่าว

นาย เอกชัย คหการบำรุง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ B2C บริษัท สยามมิชลิน จำกัด

ยาง มิชลิน ไพรมาซี่ 4 มาพร้อม 2 เทคโนโลยีล่าสุดของมิชลินที่ใช้เวลาออกแบบพัฒนานานถึง 3 ปี ได้แก่:
เทคโนโลยี EverGrip ที่ประกอบด้วย ร่องรีดน้ำแบบใหม่ ที่ออกแบบให้มีพื้นที่ในการรีดน้ำเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 ทั้งเมื่อยางใหม่และใกล้หมดดอก เมื่อเทียบกับยางรุ่นก่อนหน้า เพื่อให้สมรรถนะการยึดเกาะถนนเปียกที่ดีเยี่ยมและปลอดภัยแม้เมื่อยางผ่านการใช้งานมานานจนใกล้หมดดอก และ สูตรผสมเนื้อยางนวัตกรรมล่าสุด ทำให้การยึดเกาะของซิลิก้ากับโพลิเมอร์เข้ากันได้และสม่ำเสมอมากขึ้น ส่งผลให้มีศักยภาพในการยึดเกาะถนนเปียกที่ดีขึ้น แม้เมื่อยางผ่านการใช้งานจนใกล้หมดดอก
เทคโนโลยี Silent Rib รุ่นสอง ที่ช่วยลดเสียงรบกวนไม่ให้เข้าไปภายในห้องโดยสารด้วยแถบเนื้อยางเสริมระหว่างบล็อกดอกยางแบบเต็มหน้ายาง (Inter-Locking Bands) ซึ่งไม่เพียงช่วยลดเสียงที่เกิดจากการบีบอัดอากาศภายในช่องว่างของบล็อกดอกยาง แต่ยังช่วยให้ดูดซับแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น

ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ ได้เริ่มวางตลาดตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 31 ขนาด (ขอบ 15-19 นิ้ว) ซึ่งครอบคลุมการใช้งานร่วมกับรถยนต์หลายรุ่น อาทิ โตโยต้า แคมรี่ (Toyota Camry), ฮอนด้า แอคคอร์ด (Honda Accord), บีเอ็มดับบลิว ซีรี่ส์ 3 และซีรี่ส์ 5 (BMW 3 and 5 Series), เมอร์เซเดส อี-คลาส และ ซี-คลาส (Mercedes E-Class and C-Class) และรถยนต์รุ่นอื่นๆ